Incentive Korea
ภาพปกกลุ่มผู้บริหารไทยร่วมโปรแกรมมรดกเกาหลีระหว่างโซล เกียงจู และปูซาน

โปรแกรมมรดก เกาหลี 7 วัน ครบ 3 เมือง โซล คยองจู ปูซาน

14 สิงหาคม 2569 7 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

จากพระราชวังและสวนในโซล ไปเดินชมโบราณสถานของชิลลาที่คยองจู แล้วพักสายตากับวิวทะเลปูซาน เส้นทางนี้ชวนให้เห็นเกาหลีผ่านสถานที่ต่างยุค แต่ก่อนจอง หลายคนคงถามว่า มีเวลา 7 วัน จะเที่ยวมรดกโลกและแวะครบทั้งโซล คยองจู ปูซานได้อย่างไร แนวทางหนึ่งคือวางเส้นทางจากเหนือลงใต้ ใช้รถไฟความเร็วสูง KTX เชื่อมเมือง แล้วเผื่อวันย้ายที่พักให้มีเวลาเดินทางจริง

โปรแกรมมรดก เกาหลี 7 วัน เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลากับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเดินชมสถานที่กลางแจ้ง บทนี้สรุปจุดแวะของแต่ละเมือง เวลารถไฟที่ใช้วางแผนเบื้องต้น และช่วงเดือนที่เหมาะกับการเดินเที่ยว เพื่อช่วยดูว่าเส้นทางนี้เข้ากับทริปที่คุณอยากไปหรือเปล่า

โปรแกรมมรดก โซล คยองจู ปูซาน ใน 7 วัน

เส้นทางนี้เน้นมรดกโลกในโซลและคยองจู ส่วนปูซานเป็นช่วงเที่ยววัฒนธรรมชุมชนและชายทะเล จึงควรแยกให้ชัดว่าจุดไหนเป็นมรดกโลก และจุดไหนเป็นสถานที่แวะเสริมในทริป

กรุ๊ปบริษัทเยี่ยมชมพระราชวังเกาหลีในโปรแกรมที่เน้นมรดกและวัฒนธรรม
กรุ๊ปบริษัทเยี่ยมชมพระราชวังเกาหลีในโปรแกรมที่เน้นมรดกและวัฒนธรรม

ลองแบ่งวันตามตารางนี้เป็นแนวทางก่อน แล้วค่อยปรับเวลาชมแต่ละแห่งให้เข้ากับความสนใจและกำลังเดินของคนร่วมทริป โดยวันย้ายเมืองควรเหลือเวลาสำหรับสถานีและโรงแรมด้วย

ช่วงวันเมืองจุดแวะหลักแนวทางเที่ยว
วันที่ 1-2โซลพระราชวังคยองบกกุง และพระราชวังชางด็อกกุงชมวังหลักของโชซอนและพระราชวังที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
วันที่ 3-4คยองจูแหล่งประวัติศาสตร์คยองจู วัดพุลกุกซา และถ้ำซอกกูรัมเรียนรู้เรื่องเมืองหลวงชิลลาและศิลปะพุทธ
วันที่ 5-7ปูซานคัมชอน (Gamcheon Culture Village) และหาดกวางกัลลีเดินชมหมู่บ้านวัฒนธรรมและพักผ่อนริมทะเล

วันที่ 1-2: เส้นทางมรดกโลกในเมืองหลวง

เริ่มที่โซลด้วยพระราชวังที่มีเรื่องให้ดูต่างกัน ถ้าสนใจบทบาทของวังหลักในสมัยโชซอน ให้เผื่อเวลาที่พระราชวังคยองบกกุง ส่วนพระราชวังชางด็อกกุงเหมาะกับการสังเกตว่าผังวังและสวนเข้ากับภูมิประเทศอย่างไร การรู้จุดเด่นก่อนเข้าไปช่วยให้เดินชมได้มีเรื่องให้สังเกต

พระราชวังคยองบกกุง (Gyeongbokgung Palace) สร้างขึ้นในปี 1395 เป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน และใหญ่ที่สุดในกลุ่มพระราชวังทั้งห้าในโซล พระราชวังแห่งนี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงไม่ควรเรียกรวมกับอีกแห่งว่าเป็นวังมรดกโลกทั้งคู่

พระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung Palace Complex) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1997 จุดเด่นคือการวางผังวังและสวนฮูวอน (Huwon) ให้กลมกลืนกับภูมิประเทศธรรมชาติ ถ้าชอบดูสถาปัตยกรรม ลองใช้เวลาสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับสวน แทนการรีบเดินให้ครบจุดแล้วออกไปต่อทันที

วันที่ 3-4: คยองจู แหล่งประวัติศาสตร์เกาหลี

ช่วงถัดมาออกจาก Seoul Station ด้วย KTX ไปคยองจู เมืองประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ชิลลา แหล่งประวัติศาสตร์คยองจู (Gyeongju Historic Areas) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยมีหลักฐานศิลปะพุทธ สถาปัตยกรรมทางศาสนาและทางโลก รวมถึงเรื่องราวเมืองหลวงชิลลาราวหนึ่งพันปี

จุดเดินในเมืองที่นำมาประกอบแผนได้คือกลุ่มสุสานโบราณแดรึงวอน (Daereungwon Ancient Tomb Complex) ซึ่งเปิดตลอดปี โดยข้อมูลเวลาเข้าชมระบุไว้ที่ 09:00 - 22:00 จึงพอวางเป็นจุดแวะช่วงเย็นได้ แต่ควรเช็คเวลาเปิดอีกครั้งก่อนเดินทาง โดยเฉพาะถ้าจะใช้เป็นจุดเที่ยวหลังย้ายเมือง

วัดพุลกุกซาและถ้ำซอกกูรัม (Seokguram Grotto and Bulguksa Temple) เป็นมรดกโลกอีกรายการหนึ่ง แยกจาก Gyeongju Historic Areas ทั้งสองแห่งเปิดตลอดปีในช่วงเวลากลางวัน ถ้าจะชมทั้งวัดและถ้ำ ให้จัดเวลาในส่วนนี้ก่อน แล้วค่อยเลือกจุดเดินช่วงเย็น อย่าวางทุกแห่งต่อกันแน่นจนไม่มีเวลาพักหรือเดินทางระหว่างจุด

วันที่ 5-7: เมืองท่าปูซาน

ช่วงท้ายขยับลงใต้สู่ปูซาน เมืองท่าที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศจากวังและโบราณสถานมาเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมกับชายทะเล คุณอาจจัดให้วันเที่ยวชุมชนมีเวลาพักมากหน่อย แล้วแยกช่วงชมวิวกลางคืนไว้ต่างหากตามกำลังของคนร่วมทริป

คัมชอน (Gamcheon Culture Village) เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมบนเนิน เปิดทุกวัน โดยเดือนมีนาคม - ตุลาคม เปิดเวลา 09:00 - 18:00 และเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 09:00 - 17:00 ที่นี่มีคนอยู่อาศัยจริง ระหว่างเดินชมจึงต้องรักษาความเงียบและความสะอาด ถ้าไปเป็นคณะ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมเสียงดังหรือการใช้พื้นที่รวมกลุ่มนาน ๆ

หาดกวางกัลลี (Gwangalli Beach) เป็นอีกจุดสำหรับพักผ่อนริมทะเล โดยมีวิวกลางคืนของสะพาน Gwangandaegyo เป็นจุดเด่น ส่วนคนที่สนใจกิจกรรมทางทะเล มีทั้งเรือยอชต์ กระดานยืนพาย (SUP) และการเล่นเซิร์ฟให้พิจารณา ควรสอบถามเงื่อนไขกิจกรรมก่อนใส่ลงในแผนจริง และเผื่อทางเลือกให้คนที่อยากพักริมทะเลด้วย

ดูรายละเอียดเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรมมรดก เกาหลี 7 วัน

แพลนการเดินทาง ครบ 3 เมือง

ก่อนเลือกจุดเที่ยวเพิ่ม ลองถามคนร่วมทริปก่อนว่า พร้อมย้ายโรงแรมและยกกระเป๋าขึ้นรถไฟแค่ไหน? เส้นทางนี้มีทั้งเวลาเดินชมสถานที่และเวลาเปลี่ยนเมือง ถ้านับเฉพาะชั่วโมงที่อยู่บนรถไฟ แผนอาจดูเหลือเวลาเที่ยวมากกว่าที่ใช้ได้จริง เพราะยังต้องเดินทางเข้าสถานี จัดการสัมภาระ และเช็คอินที่พัก

คอลลาจสถานที่สามช่วงของเส้นทางมรดกเกาหลี ได้แก่ โซล เกียงจู และปูซาน
คอลลาจสถานที่สามช่วงของเส้นทางมรดกเกาหลี ได้แก่ โซล เกียงจู และปูซาน

จึงควรเริ่มจัดวันย้ายเมืองจากรอบรถไฟและเวลาที่พักรับเช็คอิน แล้วค่อยเติมสถานที่เที่ยวในเวลาที่เหลือ ถ้าต้องเลือกระหว่างเพิ่มอีกจุดกับมีเวลานั่งพัก ให้ดูความพร้อมของคนร่วมทริปเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มที่อยากใช้เวลาอ่านเรื่องราวหรือชมรายละเอียดของแต่ละแห่ง

การเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

เส้นทางนี้สามารถเดินทางระหว่างเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูง KTX โดยข้อมูลการเดินทางของเมืองคยองจูใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นได้ดังนี้

  • โซล - คยองจู: ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที โดยเดินทางจาก Seoul Station ไป Gyeongju Station
  • ปูซาน - คยองจู: ข้อมูลระบุเวลาประมาณ 30 นาที หากจะเดินทางจากคยองจูลงปูซานตามแผนนี้ ให้เช็ครอบและเวลาของเที่ยวที่เลือกอีกครั้ง

ข้อมูลเส้นทางจาก Seoul Station ไป Gyeongju Station ระบุว่ามีรถประมาณทุก 1 ชั่วโมงในช่วงเวลาที่ประกาศไว้ แต่ตารางจริงเปลี่ยนได้ตามวันเดินทาง ก่อนจองให้เช็คกับ KORAIL โดยใช้วันที่และทิศทางที่ต้องการเดินทาง ไม่ใช้เวลาประมาณข้างต้นแทนตารางรถไฟจริง

สำหรับที่พัก ลองดูความสะดวกในการขนกระเป๋าและเงื่อนไขฝากสัมภาระประกอบด้วย ถ้ายังเข้าห้องไม่ได้เมื่อไปถึง จะได้รู้ว่าควรฝากกระเป๋าที่ไหนก่อนเริ่มเที่ยว และไม่ต้องวางแผนเดินชมสถานที่พร้อมสัมภาระทั้งหมด

ข้อควรระวังระหว่างเดินทางข้ามเมือง

เรื่องที่ควรเตรียมให้พร้อมคือกระเป๋า การเดินกลางแจ้ง และการใช้พื้นที่ชุมชน โดยปรับตามคนที่ไปด้วยได้ดังนี้

  • กระเป๋าที่จัดการเองไหว: เลือกสัมภาระให้คล่องตัว และเผื่อเวลาขึ้นรถไฟกับเช็คอินโรงแรม อย่าให้จุดเที่ยวแรกหลังย้ายเมืองชิดเวลารถไฟมาถึงเกินไป
  • รองเท้าและช่วงพัก: แกนของทริปคือวัง สุสาน และวัดกลางแจ้ง ควรเลือกรองเท้าที่ใส่เดินแล้วสบาย พร้อมเว้นช่วงพักให้เหมาะกับคนร่วมทริป ถ้ามีคนเดินไม่คล่อง ให้ลดจุดแวะตามความพร้อม
  • การเดินในคัมชอน: Gamcheon Culture Village เป็นหมู่บ้านบนเนิน ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน และงดส่งเสียงดังรบกวนผู้อยู่อาศัย หากไปกับผู้ใหญ่ ให้ถามความสะดวกในการเดินก่อนกำหนดกิจกรรม

ถ้ายังตัดสินใจเรื่องจำนวนวันไม่ได้ ลองเทียบข้อพิจารณาใน อ่านต่อ: เกาหลี 5 วัน 4 คืนหรือ 7 วัน 6 คืน ทีมใหญ่ควรขยับไปกี่วัน

สภาพอากาศ 4 ฤดู และเดือนแนะนำ

สำหรับทริปที่เดินชมวัง สุสาน และวัดกลางแจ้ง ช่วงเมษายน - พฤษภาคม หรือตุลาคม - ต้นพฤศจิกายนเป็นช่วงที่แนะนำสำหรับคนไทย อากาศเหมาะกับการเดินเท้ามากกว่าหน้าร้อนชื้นและหน้าหนาว แต่เช้าและค่ำยังควรมีแจ็กเก็ต โดยเฉพาะช่วงที่อยู่โซลและคยองจู

ผู้บริหารพักระหว่างวันในเกาหลีเพื่อรักษาจังหวะการเดินทางของกรุ๊ปบริษัท
ผู้บริหารพักระหว่างวันในเกาหลีเพื่อรักษาจังหวะการเดินทางของกรุ๊ปบริษัท
  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): อากาศค่อนข้างแจ่มใสและแห้ง ค่าสูงสุดเฉลี่ยของโซลในเดือนเมษายนอยู่ที่ 17.9°C และพฤษภาคม 23.6°C ส่วนปูซานอยู่ที่ 18.2°C และ 22°C ตามลำดับ สำหรับคนไทย กลางวันเย็นสบาย แต่ควรเตรียมเสื้อคลุมไว้รับอากาศช่วงเช้าและค่ำ
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): ร้อนชื้นและมีฝน เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม โซลมีค่าสูงสุดเฉลี่ย 29°C และ 30°C ส่วนปูซานอยู่ที่ 27.5°C และ 29.5°C ความชื้นอาจทำให้เหนียวตัวและเหนื่อยง่ายเมื่อเดินกลางแจ้งต่อเนื่อง ควรมีแผนในร่มหรือเผื่อเวลาสำรองช่วงฝน
  • ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน - พฤศจิกายน): อุณหภูมิปานกลาง เหมาะกับการเดินเท้า โดยเดือนตุลาคม โซลมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 20.2°C และปูซาน 22.5°C ช่วงที่แนะนำสำหรับคนไทยคือตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน และยังควรมีแจ็กเก็ตสำหรับเช้าและค่ำ
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): หนาวและแห้ง จึงต้องเตรียมเสื้อกันหนาวจริงจัง ถ้าไม่คุ้นกับอากาศหนาว ให้ลดการเดินกลางแจ้งต่อเนื่องและเว้นเวลาพักตามความพร้อมของตัวเอง

ตัวเลขเหล่านี้เป็นอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย ไม่ใช่อากาศที่รับรองว่าจะเจอในวันเดินทาง ก่อนจัดกระเป๋าให้เช็คพยากรณ์ของแต่ละเมืองอีกครั้ง ส่วนการเลือกเดือนควรมองคู่กับกิจกรรมด้วย เพราะทริปมรดกใช้เวลาอยู่กลางแจ้งหลายจุด แม้เดินทางได้ตามช่วงวันที่สะดวก ก็อาจต้องปรับเวลาชมสถานที่ให้เข้ากับอากาศวันนั้น

พาทีมไปเกาหลี โปรแกรมนี้เหมาะกับองค์กรสไตล์ไหน

โปรแกรมนี้เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเน้นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม ถ้าทีมชอบใช้เวลาชมวังและโบราณสถานมากกว่าช้อปปิ้ง เส้นทางนี้ก็น่าพิจารณา แต่ควรพร้อมเดินกลางแจ้งและเปลี่ยนเมืองด้วย KTX ถ้ามีผู้ใหญ่หรือคนเดินไม่คล่อง ให้ลดจุดแวะและเผื่อพัก โดยเฉพาะคัมชอนซึ่งเป็นหมู่บ้านบนเนิน หากทีมสนใจกิจกรรมกอล์ฟมากกว่า ลองดูทางเลือกใน อ่านต่อ: โปรแกรมกอล์ฟพรีเมียมเกาหลี ต้องล็อกอะไรก่อนและเผื่ออะไรบ้าง

หากต้องการปรับแผนสำหรับคณะ สามารถดูรายละเอียดและสอบถามทีมงานได้ตามลิงก์ด้านล่าง โดยแจ้งความสนใจและข้อจำกัดในการเดินของสมาชิกไว้ตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมมรดก เกาหลี 7 วัน ครอบคลุมเมืองไหนบ้าง

โปรแกรมนี้ครอบคลุม 3 เมืองคือ โซล ซึ่งมีพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอนและพระราชวังชางด็อกกุงที่เป็นมรดกโลก คยองจู เมืองประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ชิลลา และปูซาน เมืองท่าทางใต้ของเกาหลี

เดินทางระหว่างโซล คยองจู และปูซาน ด้วยวิธีไหนสะดวกที่สุด

เส้นทางนี้สามารถเดินทางระหว่างเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูง KTX จากโซลไปคยองจูใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที ส่วนข้อมูลจากปูซานไปคยองจูระบุไว้ประมาณ 30 นาที ถ้าจะเดินทางจากคยองจูไปปูซาน ให้เช็ครอบและเวลาของเที่ยวที่เลือกกับ KORAIL ก่อนเดินทาง

เส้นทางนี้มีแหล่งมรดกโลกยูเนสโกที่ไหนบ้าง

มีแหล่งมรดกโลกสำคัญ ได้แก่ พระราชวังชางด็อกกุงในโซล พื้นที่ประวัติศาสตร์คยองจู รวมถึงวัดพุลกุกซาและถ้ำซอกกูรัมในคยองจู

ช่วงเดือนไหนเหมาะกับการเดินทางตามโปรแกรมนี้มากที่สุด

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน - พฤศจิกายน) เหมาะกับการเดินเท้ามากกว่าฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยช่วงที่แนะนำสำหรับคนไทยคือเดือนเมษายน - พฤษภาคม หรือตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน

โปรแกรมนี้เหมาะกับกลุ่มคณะหรือองค์กรแบบไหน

เหมาะกับองค์กรที่ต้องการทริปเน้นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม โดยมีจุดแวะมรดกโลกในโซลและคยองจู และสมาชิกในทีมพร้อมเดินชมสถานที่กลางแจ้งและเดินทางข้ามเมืองด้วยรถไฟ

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565